”สติ ขันติ และสันติ: ผ่าวิกฤตประเทศ” 360

ในนามโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขอร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตในทุกชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง และญาติๆ ของเราอันเกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่านที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักโดยไม่มีวันกลับ ขอดวงวิญญาณของพี่น้องของเราจงได้โปรดไปสู่สุคติภพสมดังเจตนาปรารภของพวกเราทั้งหลาย

ท่ามกลางความขัดแย้ง และรุนแรงระหว่างพ่อแม่พี่น้อง และมวลญาติของเรา ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในขณะนี้ ขอส่ง “ธรรมานุสติ” ที่เป็น “คำขอสามคำ” มาถึงทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมไทย ดังนี้

(๑) ขอให้มี “สติ” พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สติเป็นเครื่องกั้นกิเลสทั้งหลาย” ในขณะที่ “ไฟสามกอง” คือ “ไฟคือความอยากได้ ไฟคือความอยากใหญ่ และไฟคือความใจแคบ” เข้ามายึดครองจนทำให้จิตใจของเราถูก “อวิชชาคือความไม่รู้ครอบงำ” นั้น ย่อมเป็นการง่ายที่จะผลักเราไปสู่ความตีบตันในการแสวงหาทางออก จนพาตัวเองพลัดหลงไปสู่หนทางที่ “สุดโต่ง” มากยิ่งขึ้น ฉะนั้น การรวบรวมสติคิดพิจารณาทบทวนข้อเสนอและทางเลือกต่างๆ เพื่อแสวงหาทางออกที่ดีที่สุดด้วยใจที่สงบนิ่ง ปราศจากอคติ และไม่มุ่งหวังเฉพาะประโยชน์ส่วนตน จะก่อให้เกิดคุณูปการอย่างมหาศาลต่อความอยู่รอดของประเทศชาติ

(๒) ขอให้มี “ขันติ” พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ อีกทั้งไม่เปิดพื้นที่ให้บุคคลใดหรือกลุ่มใดใช้ข้ออ้างในการเบียดเบียนและทำร้ายเพื่อนมนุษย์ จากหลักการดังกล่าว เราจึงต้องอดทนต่อแรงยั่วยุภายนอกที่เข้ามากระทบ และไม่เร่งเร้า หรือกระตุ้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้ความรุนแรงทางกายด้วยการทำร้าย ทุบตี และใช้อาวุธประหัตประหารประการซึ่งกันและกัน และการใช้ความรุนแรงทางวาจาด่าทอด้วยคำเสียดสี ส่อเสียด เย้ยหยัน ดูถูกเหยียดหยามซึ่งกันและกัน จนก่อให้เกิดการโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังระหว่างพ่อแม่พี่น้อง และญาติของเรา

(๓) ขอให้มี “สันติ” ในทุกวินาทีแห่งลมหายใจ สิ่งที่จะนำไปสู่ “ความสงบ หรือสันติ” ในขณะที่กำลังขัดแย้งและรุนแรงนั้น พระพุทธเจ้าทรงให้ใช้ “การเจรจาด้วยเมตตา” ตามกรอบของหลักสาราณียธรรม พระพุทธเจ้าทรงเลือกใช้กระบวนการ “เจรจาเพื่อหาทางออก” ในขณะที่พระญาติของพระองค์เผชิญหน้ากับสงครามและความขัดแย้ง พระองค์ย้ำว่า “สิ่งใดมีค่ามากกว่ากัน? ระหว่างเลือดกับผลประโยชน์คือน้ำ” พระองค์ต้องการเตือนผู้นำทางการเมืองทั้งสองฝ่ายว่า “คุ้มค่าหรือไม่? หากจะต้องแลกระหว่างผลประโยชน์เฉพาะหน้ากับเลือดที่ไหลนองเต็มผืนแผ่นดิน” พระองค์ทรงย้ำเตือนเสมอ “ผู้ฆ่าย่อมได้รับการฆ่าตอบ ผู้ชนะย่อมได้รับการชนะตอบ ผู้ด่าย่อมได้รับการด่าตอบ และผู้โกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังย่อมได้รับความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังตอบ ฉะนั้น เพราะความหมุนเวียนแห่งกรรม ผู้แย่งชิงนั้น ย่อมถูกเขากลับแย่งชิงคืน” การเจรจาด้วยเมตตาจะนำไปสู่การแบ่งปันความรู้และความห่วงใย สุดท้ายจะทำให้หนทางที่ตีบตันมีทางออกมากยิ่งขึ้น

การยึดมั่นใน “คำขอสามคำ” คือ “สติ ขันติ และสันติ” จะต้องเริ่มต้นจาก “การหยุดนิ่ง” เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้ใช้สติพิจารณาทบทวนว่า “การคิด การพูด และการแสดงออกของเราเป็นก้าวย่างแห่งสันติหรือไม่?” ชัยชนะที่ได้มาโดยการใช้ความรุนแรง จะกลายเป็นความพ่ายแพ้ในบั้นปลาย เราจึงควรอดทนที่จะยอมรับฟังข้อเสนอของกลุ่มคนที่เห็นต่างโดยไม่นำไปสู่การแสดงออกด้วยความรุนแรง ด้วยการใช้คำพูดด่าทอ และส่อเสียด หรือนำเสนอบนพื้นฐานของหัวใจที่เต็มไปด้วยความโกรธ เกลียด เคียดแค้น ชิงชัง เยาะเย้ย ถากถางกลุ่มคนอื่นๆ ในสังคม ซึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดในการแสวงหาทางออกร่วมกันขณะนี้ มิได้มีหนทางใดเลยที่จะดีไปกว่า “การเจรจาหาทางออกพูดคุยด้วยความเมตตาต่อพ่อแม่พี่น้อง และมวลญาติของเรา” การลดการยึดมั่นถือมั่นในจุดยืนที่สุดโต่งของผู้นำทางการเมืองแล้วเจรจาหาทางออกด้วยเมตตา คือ “ความอยู่รอดของประเทศไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

http://www.thairath.co.th/content/edu/387300
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1386067879&grpid=&catid=01&subcatid=0100
http://www.komchadluek.net/detail/20131203/174068.html

(ที่มา: บทความสั้น)

Similar articles

การประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน หัวข้อ ขันติธรรมทางศาสนา

กิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติครั้งที่ ๑๒ เรื่อง “พระพุทธศาสนากับวิกฤติของโลก” เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสําคัญสากลของโลก ประจําปี ๒๕๕๘

web Links

  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา
เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 อาคารเรียนรวม ชั้น 4 โซน D (D423)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 13170
โทรศัพท์ 099-924-5401
โทรสาร 035-248-000 ต่อ 8528 www.ps.mcu.ac.th