เพราะรักชาติ จึงต้องทำลายชาติ!!??!? 473

43

วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ได้รับครุฑทองคำประจำปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ กล่าวว่า “เลือดรักชาติเป็นสิ่งดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล สติและยึดมั่นทางสายกลาง เราควรมองมุมของความยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องแพ้หรือชนะ เพราะชัยชนะที่ถาวรคือชัยชนะที่มาจากสันติภาพและความยุติธรรม” ข้อความนี้ สะท้อนแง่มุม ๒ ประเด็น ความรักชาติที่ดีจะต้องสัมพันธ์กับเหตุผล มีสติ ยึดมั่นทางสายกลาง และชัยชนะที่ถาวรที่เกิดจากการรักชาติคือชัยชนะที่มาจากสันติภาพและความยุติธรรม ขอเสนอว่า การที่จะทำให้การรักชาติเป็นสิ่งที่ดี และนำไปสู่ชัยชนะที่ถาวรได้นั้น ไม่มีหลักการใดที่จะดีไปกว่า “การทำลายชาติให้สิ้นซาก!!!” เข้าทำนอง “เพราะรักชาติจึงต้องทำลาย”

“ชาติ” แปลว่า “การเกิด” การเกิดในบริบทนี้จึงหมายถึง (๑) การเกิดความอยาก และกระหายโดยไร้ขีดจำกัด จนนำไปสู่การแย่งชิงผลประโยชน์ และความต้องการเกี่ยวกับอำนาจ และสิ่งเสพต่างๆ (๒) การเกิดความรู้สึกความรู้สึกโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้น ชิงชัง จนนำไปสู่การคิดมุ่งอาฆาตมาดร้าย การด่าทอ การส่อเสียด เหน็บแนม ถากถางด้วยคำพูด และการประหัตประหาร ฆ่ารันฟันแทงซึ่งกันและกัน (๓) การเกิดความรู้สึกว่าความคิด ความเห็น ทฤษฏี และแนวปฏิบัติของตนหรือกลุ่มตนถูกต้อง สมเหตุสมผล และชอบธรรมมากที่สุด โดยไม่สนใจหรือนำพาความคิด มุมมอง ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงใยที่เป็นไปได้ของคนอื่น หรือกลุ่มอื่น

ในเมื่อ “ชาติ” นำไปสู่ “ชาด” (เลือดสีแดง) จนทำให้ชาติมีปัญหาและปวงประชาทุกข์ระทม เพราะชาติได้กลายเป็นที่มาของ “อาวุธ” ที่คอยทิ่มแทงเพื่อนมนุษย์ในสังคม หากสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ เราจะรักษาชาติเอาไว้เพื่อเหตุผลอันใด ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เรามาร่วมกัน “ทำลายชาติกันเถอะ!!!” โดยการทำลายความยึดมั่นในความอยากที่ไร้ขีดจำกัด ทำลายความโกรธ เกลียด เคียดแค้น และชิงชัง และทำลายการยึดมั่นในเหตุผล ความคิด ความเชื่อของตน/กลุ่มตน โดยไม่สนใจคนอื่น เมื่อเราสามารถ “ทำลายชาติ” ได้อย่างราบคาบแล้ว เราย่อมไม่มีโอกาสได้เห็นคนในชาติเผชิญหน้ากับ “ความตาย” (มรณะ) อันเกิดจากการฆ่ารันฟันแทง และทุบตีซึ่งกันและกันดังเช่นที่ผ่านมาในอดีต

สรุปแล้ว การรักชาติให้เป็นไม่เห็นชาด (เลือดสีแดง) ควรเริ่มต้นที่การ “ทำลายชาติ” จึงจะนำไปสู่การ “รักชาติอย่างมีสติ” และ “สร้างชาติบนฐานของปัญญา” เราจะได้ชาติที่อุดมไปด้วยเหตุผล ความรัก และอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ร่มเย็น เป็นสันติสุข

Similar articles

การประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน หัวข้อ ขันติธรรมทางศาสนา

กิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติครั้งที่ ๑๒ เรื่อง “พระพุทธศาสนากับวิกฤติของโลก” เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสําคัญสากลของโลก ประจําปี ๒๕๕๘

web Links

  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา
เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 อาคารเรียนรวม ชั้น 4 โซน D (D423)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 13170
โทรศัพท์ 099-924-5401
โทรสาร 035-248-000 ต่อ 8528 www.ps.mcu.ac.th