Connectivity: คนเชื่อมใจหรือรถไฟเชื่อมคน?!!? 34

54

เกือบ ๑๕ ปีกว่าแล้วที่ตัวเองใช้ชีวิตการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างจังหวัด และต่างประเทศด้วยเครื่องบินของสายการบินไทย และมักจะได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางตลอดเที่ยวบินตามคำประกาศของแอร์ และกับตันอยู่เสมอ และไม่ค่อยได้เห็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันมากนักเกี่ยวกับการบริการของพนักงานต้อนรับและกับตัน เพราะการตัดสินใจเลือกซื้อบริการ ไม่ว่าจะเป็นชั้นประหยัด และชั้นธุรกิจ ได้ทำให้ผู้รับบริการได้เข้าใจ และยอมรับการบริการที่แตกต่างอยู่แล้ว

ครั้งหนึ่งได้เดินทางไปเป็นกรรมการสอบจบปริญญาโทของนิสิตในวิทยาเขตสุรินทร์ ตัวเองได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เริ่มเดินทางจากสุรินทร์เข้าสู่กรุงเทพมหานครด้วยรถด่วนพิเศษ (Special Express) ด้วยราคา ๔๐๕ บาท เหตุผลสำคัญที่ไม่ได้ใช้สายการบินดังที่เคยปฏิบัติเพราะต้องเดินทางไปขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะทำให้เสียเวลาการเดินทางค่อนข้างมากและต้องย้อนกลับไปอีกไกลมาก

ในขณะที่พาตัวเองก้าวย่างเข้ามาสู่สถานีรถไฟจังหวัดสุรินทร์ ภาพ และบรรยากาศของสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับรถไฟ สถานีรถไฟ ชานชลารถ ได้เข้ามาย้ำเตือนสัญญา หรือความทรงจำตัวเองอีกครั้งหนึ่ง สภาพ และบรรยากาศเมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วเป็นเช่นใด ภาพและบรรยากาศในปัจจุบันกลับมิได้มีท่าทีที่แตกต่างจากวันนี้มากมายนัก และเมื่อพาตัวเองขึ้นมาบนรถไฟและใช้ชีวิตเป็นผู้เดินทางกับผู้โดยสารท่านอื่นๆ ยิ่งทำให้ได้รับกลิ่นไอ และรับรู้ถึงบรรยากาศเมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วมากยิ่งขึ้น

ความจริงในวันนี้กับความจริงเมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน ตัวอย่างหนึ่งในความแตกต่างคือ “เรากำลังพาตัวเองเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ซึ่งเมื่อกล่าวถึงอาเซียนกับการรถไฟ เรามักจะได้ยินคำหนึ่งจนชาชินคือ “การเชื่อมต่อ” (Connectivity) จุดเด่นที่เห็นได้ชัดในประเด็นนี้เพราะการรถไฟจะทำหน้าที่ในการเชื่อม (Connectivity) คนในชุมชน และเศรษฐกิจอาเซียนเข้าหากันเป็นชุมชนเดียวกันมากยิ่งขึึ้น (One Community) จะเห็นว่า “Connectivity” จึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะการเชื่อมโยงเฉพาะในแง่ของระบบเศรษฐกิจ และคมนาคมซึ่งหมายถึงการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันและกันด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วเท่านั้น หากแต่หมายถึง การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนและสังคมด้วย

จากประสบการณ์ที่เคยเดินไปศึกษาที่อังกฤษ และเดินทางจาริกธรรมด้วยรถไฟระบบรถไฟ TGV (Train à Grande Vitesse) หรือรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Train) ลอดใต้ท้องทะเลลึกจากสถานีวอเตอร์ลู (Waterloo) อังกฤษ ไปโผล่ที่แผ่นดินฝรั่งเศส และเดินทางจากฝรั่งเศสไปถึงเบลเยียม ฮอลแลนด์ และเยอรมันฯลฯ นั้น ทำให้พบความจริงประการหนึ่งว่า รถไฟเป็นเครื่องมือเชื่อมผืนแผ่นดินประเทศต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวได้ดี และเห็นภาพ อีกทั้งเข้าถึงความอัตลักษณ์ร่วมได้มากกว่าเครื่องบิน เพราะรถไฟทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ต่างๆ ได้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมของแต่ละพื้นที่ ได้เห็นความเจริญเติบโตทางวัตถุ เห็นคุณภาพชีวิตของคนในสังคมที่มีความแตกต่างกัน ถึงกระนั้น จุดเด่นประการหนึ่งของ “ตัวระบบรถไฟ” คือ ทำให้เราเห็นความเสมอภาคของชุมชน และสังคมในยุโรปในฐานะที่เป็นเชื่อมคนในประชาคมยุโรป (European Community) ให้มีความสัมพันธ์ในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

ประเด็นคือ นอกเหนือจากการใช้ระบบรถไฟเชื่อมต่อชุมชนเมืองกับชนบท ทั้งในแง่การเดินทาง วิถีชีวิต เศรษฐกิจ และโอกาสแล้ว เราจะใช้ระบบรถไฟเข้าไปเชื่อมต่อ “ความสัมพันธ์” ในเชิงบวกของคนในสังคมได้อย่างไร จึงจะทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และให้เกียรติซึ่งกันและกันทั้งในชุดความคิด และความเชื่อที่แตกต่าง เพราะความจริงในปัจจุบันนี้ ระบบรถไฟในประเทศไทยไม่ได้ทำหน้าที่เชื่อมคน หากแต่กำลังแบ่งแยกคน และแยกความสัมพันธ์ระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมออกจากกัน

คำถามคือ เราควรจะนำรถไฟมาเชื่อมคน และชุมชนเพื่อให้คนเกิดความสะดวกสบาย ทั้งเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และการเดินทาง หรือว่าเราควรจะเริ่มต้นด้วยการให้คนเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนที่กำลังมีความขัดแย้ง และเกลียดชังกันอย่างรุนแรงจนไม่ยอมแม้กระทั่งยอมรับฟังอย่างมีขันติธรรม และใช้สติปัญญาใคร่ครวญผลดีและผลเสียของสิ่งต่างๆ อย่างรอบด้าน หรือว่าเราควรจะดำเนินการเชื่อมทั้งรถไฟ และคนไปพร้อมๆ กัน และหากเลือกทางเลือกที่ ๓ เมื่อใดเส้นทางรถไฟ และเส้นทางความสัมพันธ์จะมาบรรจบพบกันสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ประจักษ์ชัดว่า นอกเหนือจากการที่เราได้ใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อเชื่อมทั้งรถไฟและคนแล้ว เราจะรอวันนั้นด้วยขันติ อย่างมีสติ และสันติ ถึงแม้ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่เราได้มีโอกาสบรรจบพบกันบนเส้นทางช้างเผือกเช่นเดียวกับโกโบริ และอังสุมาลินก็ตาม!!!

Similar articles

การประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน หัวข้อ ขันติธรรมทางศาสนา

กิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติครั้งที่ ๑๒ เรื่อง “พระพุทธศาสนากับวิกฤติของโลก” เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสําคัญสากลของโลก ประจําปี ๒๕๕๘

web Links

  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา
เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 อาคารเรียนรวม ชั้น 4 โซน D (D423)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 13170
โทรศัพท์ 099-924-5401
โทรสาร 035-248-000 ต่อ 8528 www.ps.mcu.ac.th