ประเทศไทย… จะไปไหนดี?!!??!! 58

54

ดาร์วินบอกว่า “ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่เข้มแข็ง หรือฉลาดที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวที่เก่งที่สุด” หากนำแนวคิดนี้มาอธิบายในเชิงสังคมจะพบว่า การที่สังคมไทยในความเป็นจริงจะอยู่รอด หรือร่วง จึงไม่ได้หมายถึงสังคมที่เข้มแข็ง หรือมีคนที่ฉลาดมากเท่านั้นหากแต่ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มต่างๆ จะปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบันจึงจะอยู่รอดในสังคมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา ผลประโยชน์ และความต้องการทางอำนาจ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

คำตอบที่สำคัญคือ “ปรับ” ในขณะที่สังคมกำลังเกิดความไร้ระเบียบโดยสะท้อนผ่านความขัดแย้ง และความรุนแรงดังเช่นปัจจุบันนี้ ดังจะเห็นได้จากการที่กลุ่มคนต่างๆ ในฐานะที่เป็นสัตว์สังคม (Social Animals) และ สัตว์การเมือง (Political Animals) กำลังช่วยกันเขย่า เร่งเร้า และป่าวร้องเพื่อให้คนอื่นในสังคมได้หันมาสนใจ และใส่ใจความห่วงใย ผลประโยชน์ และความต้องการของตัวเอง รวมไปถึงการดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในฐานะความเป็นมนุษย์

จะเห็นว่า ฝ่ายค้านก็เรียกร้อง รัฐบาลก็มุ่งมั่น องค์กรตรวจสอบต่างๆ เช่น ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ ภาคพลเมือง และคนชายขอบต่างๆ อาจจะรวมถึงหญิงสาวที่ถอดเสื้อเพื่อศิลปะ ล้วนแข็งขันที่จะป่าวร้อง และเรียกร้องเพื่อให้เกิดความใส่ใจ และสนใจทั้งตัวเอง และสังคมประเทศชาติ แนวทางเหล่านี้ คือ “การเขย่า” เพื่อให้สิ่งต่างๆ “เข้าที่” และนี่จึงเป็นการแสดงให้เราเห็นถึงการที่ฝ่ายต่างๆ และสังคม “กำลังปรับตัว”

การปรับตัวเช่นนี้ หากเป็นไปเพื่อความอยู่รอดของสังคม และประเทศชาติ นับเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันเขย่าและปรับเพื่อให้เกิด “ดุลยภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม” หากต่างฝ่ายต่างมุ่งมั่นในการเขย่าเพื่อความอยู่รอด ศักดิ์ศรี ผลประโยชน์ และอำนาจส่วนตนโดยไม่สนใจว่า “การแสดงออกโดยการเรียกร้องและการใช้อำนาจจะไปสัมพันธ์กับองคาพยพอื่นๆ ในสังคมตามนัยแห่งอิทัปปัจจยตาหรือไม่อย่างไรแล้ว” แทนที่จะเกิดดุลภาพอาจจะกลายเป็นการ “หักดิบ” ซึ่งกันและกันทดแทน

สิ่งที่จะทำให้เกิดคำถามตามมาว่า “สังคมเป็นของใคร???” หากตอบว่า “เป็นของเรา” คำว่า “เรา” ในบริบทนี้คือใคร?? การตัดสินใจเลือกหรือทำสิ่งใด หากสนใจแต่ “เรา” แล้วหลงลืมคำว่า “เขา” แล้ว “พวกเรา” จะอยู่กันอย่างไร??? จึงจะรอด ฉะนั้น ท่ามกลางการ “ปรับ” สิ่งที่ทุกคนจะต้องสำเหนียกคือ “เอาใจเขามาใส่ใจเราเสียบ้าง” (อัตตานัง อุปมัง กเร) เรารักสุข เกลียดกลัวความทุกข์ฉันใด คนอื่นก็รักสุขเกลียดกลัวความทุกข์ฉันนั้น การปรับท่าทีเช่นนี้ได้ จะนำไปสู่การปรับดุลภาพของสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม จงอย่าถามว่า คนอื่นในสังคมจะให้อะไรแก่ท่านบ้าง แต่จงถามว่าท่านจะให้อะไรแก่คนอื่นในสังคมได้บ้าง!!!

Similar articles

การประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพในประชาคมอาเซียน หัวข้อ ขันติธรรมทางศาสนา

กิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติครั้งที่ ๑๒ เรื่อง “พระพุทธศาสนากับวิกฤติของโลก” เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสําคัญสากลของโลก ประจําปี ๒๕๕๘

web Links

  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา
เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 อาคารเรียนรวม ชั้น 4 โซน D (D423)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 13170
โทรศัพท์ 099-924-5401
โทรสาร 035-248-000 ต่อ 8528 www.ps.mcu.ac.th